ความเรียง

Name:

ยินดีต้อนรับ สู่โลกส่วนตัว (หนังสือ) ของผม

Sunday, December 24, 2006

สุขสันวันคริสมาส


คริสมาส อีฟ หรือคืนก่อนวันคริสมาส ผมว่าชาวไทยส่วนใหญ่คงต้องออกไปฉลองกันเป็นแน่ แต่ในการฉลองเหล่านั้นจะมีสักกี่คนที่รู้ความหมายที่แท้จริงของวันคริสมาส
เมื่อไม่นานมานี้ ผมมีโอกาสได้อ่านเรื่องราวเกี่ยววันวันคริสมาสมา จึงถือโอกาสเนื่องในวันคริสมาสนี้ เล่าสู่กันฟัง
วันคริสมาสเป็นวันประสูติของพระเยซู เมื่อประมาณ 2000 ปีก่อน ชาวคริสต์จึงถือวันนี้เป็นวันสำคัญยิ่ง โดยสัญลักษณ์ของวันคริสมาสที่เรารู้จักกันก็คือ แซนตาครอส ต้นคริสมาสที่มีดาวดวงใหญ่อยู่บนยอด สีแดง และสีเขียว ซึ่งต้นกำเนิดและความหมายที่แท้จริงของแต่ละสิ่งนั้น ล้วนเกี่ยวข้องกับพระเยซูทั้งสิ้น
‘แซนตาครอส’ มีชื่อเดิมว่า ‘นิโคลัส’ เขาเป็นเพียงคนสามัญธรรมดา แต่ด้วยความรักที่มีต่อพระเยซู จึงทำให้เขาเป็นคนใจดี และมีน้ำใจ เขามักบริจาคสิ่งของต่างๆ แก่ชาวบ้านเสมอ จนกระทั่งชาวบ้านต่างยกย่องให้เขาเป็นนักบุญ และเป็นที่รู้จักกันทั่วในหมู่ชาวคริสต์ คำว่า ‘แซนต้า’ มีความหมายถึง ‘นักบุญ’ ส่วน ‘ครอส’ มาจากชื่อ ‘นิโคลัส’ ซึ่งในภาษาเยอรมัน ได้กลายมาเป็น ‘ครอส’ และเรื่องราวต่างๆ นานา ของแซนตาครอสก็ได้ถือกำเนิดขึ้นตามมา
สำหรับต้นคริสมาสซึ่งคือต้นสนนั้น มีความหมายถึงการมีชีวิตใหม่ โดยต้นสนจะสามารถคงความเขียวของมันไว้ได้ในทุกฤดู ชาวคริสต์จึงใช้ต้นสนแทนชีวิตที่ถือกำเนิดขึ้นใหม่ ส่วนดาวดวงใหญ่ที่อยู่บนยอดนั้น ในวันที่พระเยซูประสูติ มีดาวดวงหนึ่งสุกสว่างส่องแสงอยู่บนท้องฟ้า ชาวคริสจึงนำดาวดวงนี้มาเป็นสัญลักษณ์ในวันที่ท่านทรงประสูติ
สีแดงและสีเขียวที่นำมาใช้ในการประดับตกแต่งนั้น แท้จริงแล้วมีความหมายที่ลึกซึ้งซ่อนอยู่ สีแดงหมายถึงพระโลหิตของพระเยซูที่ทรงหลั่งออกมาเพื่อมวลมนุษย์ และสีเขียวหมายถึงการกำเนิดของชีวิตใหม่
หลายคนอาจรู้เรื่องราวของพระเยซูมาแล้วบ้าง แต่สำหรับคนที่ไม่ค่อยรู้เรื่องราวของท่านมากนัก ผมขอแนะนำให้ลองไปชมภาพยนตร์เรื่อง Passion of the Christ เรื่องราวความเสียสละของพระเยซู และเรื่อง The Nativity Story การประสูติของพระเยซู ซึ่งหมายถึงเป็นวันคริสมาสแรกของชาวคริสต์
ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ ไม่ได้หมายความว่าผมจะชักจูงให้ใครเปลี่ยนศาสนาแต่อย่างใด เพราะผมเองก็นับถือศาสนาพุทธ และยังคงเคารพและบูชาพระพุทธเจ้าอยู่เสมอ แต่ผมว่าในทุกศาสนาล้วนมีความน่าสนใจ และล้วนสอนให้ทุกคนเป็นคนดีเหมือนกันทั้งสิ้น ทั้งหมดอยู่ที่ตัวเรากระทำ จริงไหมครับ
สุขสันต์วันคริสมาสครับ

ตีพิมพ์ครั้งแรกที่นี่
24 ธันวาคม 2549

Monday, December 18, 2006

มวลความคิดถึง (อีกรูปแบบหนึ่ง)


คำว่า ‘ไม่ได้เห็นหน้า ขอแค่ได้ยินเสียงก็ยังดี’ คงไม่ได้เกิดขึ้นกับใครบ่อยครั้ง
สำหรับผม นี่คงเป็นครั้งแรก
เมื่อไม่นานมานี้ คนสนิทของผมคนหนึ่งต้องเดินทางจากไปไกล
มันเป็นเรื่องจริงสำหรับเธอ แต่เป็นเรื่องละเมอสำหรับผม
หลายครั้งที่ผมมักลืมตัว กดโทรศัพท์ไปหาเธอ แต่พบว่าปลายสายไม่ได้อยู่ใกล้ตัวอีกต่อไปแล้ว
อาการผมหนักข้อขึ้นทุกที ทุกครั้งที่ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา มวลความคิดถึงจะก่อตัวใหญ่ขึ้นๆ
จนเวลาล่วงเลยมาหนึ่งอาทิตย์ มวลความคิดถึงของผมก็ได้ถูกปลดปล่อย
เวลาประมาณตี 2 โทรศัพท์ของผมดังขึ้น ผมกดรับตามสัญชาตญาน
เสียงจากปลายสายเป็นเธอนั่นเอง
ผมรู้สึกได้จากน้ำเสียงของตัวเอง ว่ามันได้พาเอามวลความคิดถึงทั้งหมด ส่งไปหาเธอแล้ว
หลังจากวันนั้น มวลความคิดถึงของผมก็ได้ถูกส่งไปหาเธอเป็นระยะ
ผ่านทางสายโทรศัพท์ อีเมล และโปสการ์ด

ตีพิมพ์ครั้งแรกที่นี่
18 ธันวาคม 2549

When i wake up, i miss u
When i sleep, i miss u
When i do everything like everyday, i miss u
And when u leaves me…, I miss u